แสดงโพสต์โดยจัดเรียงตามความเกี่ยวข้องกับคำค้นหา กพ จัดเรียงตามวันที่ แสดงโพสต์ทั้งหมด
แสดงโพสต์โดยจัดเรียงตามความเกี่ยวข้องกับคำค้นหา กพ จัดเรียงตามวันที่ แสดงโพสต์ทั้งหมด

17 ก.ย. 2553

การขึ้นบัญชี ภาค ก ของ ก.พ ใช้ได้กี่ปี

การที่เราสอบผ่านได้ใบผ่าน ภาค ก ของ ก.พ นั้น
บางคนคงสงสัยว่า ใบนี้สามารถใช้ได้กี่ปี ?
ตอบเลยว่า ใช้ได้ตลอดไปเลยจ้า จนกว่า ทาง ก.พ จะออกมาเปลี่ยนแปลง

อ้างอิงจาก

"สำนักงาน ก.พ. ขอเรียนว่า “ ผู้ขึ้นทะเบียนผู้สอบผ่านภาค ก. ของ ก.พ. ” คือ
ผู้ที่สอบผ่านเฉพาะ ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของ ก.พ.

“ ผู้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ” คือ ผู้ที่สอบผ่านเกณฑ์การตัดสินตามประกาศรับสมัครสอบแข่งขันฯ ของส่วนราชการในครั้งนั้น ๆ
ทั้ง 3 ภาค คือ
ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.)
ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.)
ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.)

และการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี นับตั้งแต่วันขึ้นบัญชี

ผู้ที่สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของ ก.พ. สำนักงาน ก.พ. จะออกหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก. ให้ และจะดำเนินการขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป
(ภาค ก.) ของ ก.พ.

ทั้งนี้ หนังสือรับรองผลการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของ ก.พ. มิได้มีการกำหนดอายุหนังสือฯ ไว้ โดยมีผลใช้ได้ตลอดไปจนกว่า ก.พ. จะมีมติให้เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น"

อ้างอิง

ถามตอบก.พ

17 พ.ย. 2557

แนวข้อสอบ กพ 2558

หลายคนคงเคยได้ยินและเคยผ่านการสอบมาบ้างแล้ว ว่า กพ ภาค ก นั้นมีเปิดสอบทุกปี เพื่อนำผลการสอบไปออกใบผ่านทางหรือผ่าน ภาค ก ไปแล้วเพื่อไปสอบ ภาค ข ของ กพ ต่อไป

กลับมาให้เพื่อนๆได้สอบกันอีกแล้วสำหรัคนที่พลาดและสอบใหม่สำหรับคนที่เกณฑ์ถึงในการสอบ กพ ซึ่งการสอบ กพ นั้น เป็นเหมือนประตูบานแรกที่เพื่อนๆที่หมายมั่นจะสอบข้าราชการ จะต้องผ่านไปให้ได้ ซึ่งการสอบ กพ นั้นจะจัดขึ้นทุกปี แล้วถ้าเราสอบผ่านใบสมัครนี้ก็จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต และไม่ต้องมาสอบอีก ยังไงเพื่อนๆที่กำลังจะสอบก็ขอให้เตรียมตัวกันให้ดีๆนะคะ


แนวข้อสอบ กพ ส่วนมากไม่ได้ต่างอะไรกับแนวข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไปมากนัก เป็นวิชาพื้นฐานที่เพื่อนๆหลายคนรู้อยู่แล้ว หลักๆมี 2 หัวข้อใหญ่ๆ คือ

ความรู้ความสามารถทั่วไป
  • การคิดคำนวณเลข
  • การใช้เหตุผล
วิชาภาษาไทย
  • ความเข้าใจภาษา
  • การใช้ภาษา
ซึ่งแต่ละอันเพื่อนๆก็ได้ผ่านมากันหมดแล้ว แต่อาจจะหลงลืมไปแค่นั้นเอง เราสามารถเตรียมตัวกันได้เรื่อยๆ แต่ไม่ต้องห่วง เดียวหาแนวข้อสอบ กพ มาให้เพื่อนๆได้ลองทำเรื่อยๆกันดูค่ะ

______________________________


ความรู้ความสามารถทั่วไป

      การคิดคำนวณ

________________________________

แนวข้อสอบ กพ เพิ่มเติม


เดียวถ้ามีแนวข้อสอบจะหามาเพิ่มเติมให้นะคะ


17 พ.ค. 2557

แนวข้อสอบ กพ 2557 ไว้สอบเดือนมิถุนายน 2557

เดือนมิถุนายน 2557 นี้เพื่อนๆจะได้ถึงเวลาสอบ กพ ของ ปี 57 กันแล้ว เตรียมตัวกันดีหรือยังเอ่ย ? ถ้ายังไม่เตรียมตัวตอนนี้ รับรองไม่มีทางสอบผ่านแน่นอน แต่ถา้เริ่มอ่านวันนี้รับรองการสอบ ภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไปของ กพ เพื่อนๆจะต้องสอบผ่านแน่นอน วันนี้เลยเตรียมแนวข้อสอบและเนื้อหาสำหรับสอบ กพ มาให้เพื่อนๆกันจ้า เป็นแวนข้อสอบเก่า แต่ถ้าเพื่อนๆทำได้หมดรับรองสอบผ่านแน่นอน สนใจไปดูแนวข้อสอบกันเลย

*เพิ่มแนวข้อสอบ กพ ชุดใหญ่
*เพิ่มความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับอนุกรม
*เพิ่มแนวข้อสอบของสถาบันแอ็คกรุ๊ฟ

แนวข้อสอบ กพ
แนวทางการทำข้อสอบ กพ
แนวข้อสอบ กพ ชุดใหญ่
แนวข้อสอบ กพ ของสถาบันติวแอ็คกรุ๊ฟ

เนื้อหา
ความรู้ความสามารถทั่วไปเกี่ยวกับอนุกรม

อัพเดตวันที่  พฤษภาคม 2557
รักกันชอบกันอย่าลืม Like ให้กันนะคะ

5 ธ.ค. 2554

เริ่มเตรียมตัวสอบราชการอย่างไร ?

เข้าไปหาคู่มือของชีตรามเลยไปเจอบทความอันนึงให้แง่คิดที่มากเกี่ยวกับการเตรียมตัวสอบราชการเอามาให้เพื่อนๆได้อ่านดูค่ะ เห็นว่ามีประโยชน์ อาจจะยาวสักหน่อยแต่รับรองเพื่อนๆจะได้แง่คิดค่ะ

1. ความสำคัญในการสอบราชการ
- ในการสอบเข้ารับราชการทุกสังกัดทั้ง ก.พ. ครูสังกัด ก.ค., สพฐ. ข้าราชการสังกัด กทม. อบต. เทศบาลมีการแข่งขันกันในอัตราที่สูงมาก ทั้งนี้เพราะว่ามีผู้ต้องการเป็นข้าราชการเป็นจำนวนมากและจำนวนอัตราที่บรรจุมีน้อย ประกอบกับมีผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ในแต่ละปี มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การแข่งขันจึงนับวันจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ดังนั้นผู้ที่ต้องการจะสอบแข่งขันเข้ารับราชการในสังกัดต่าง ๆ จะต้องเตรียมตัวในการสอบให้พร้อม

ปัจจัยที่สำคัญอันหนึ่งก็คือ การมีหนังสือที่ช่วยในการสอบแข่งขันกับคนอื่น ๆ ได้ ปัญหาที่สำคัญอันหนึ่งที่ผู้เขียนทราบก็คือ การขาดหนังสือที่ตรงกับหลักสูตรและเนื้อหาที่อธิบายวิชาการทำอย่างละเอียดเหมาะสมกับผู้อ่าน ซึ่งส่วนใหญ่มีพื้นฐานทางคณิตศาสตร์น้อย ภาคความสามารถในการศึกษาวิเคราะห์และสรุปเหตุผล

2. ขั้นตอนการสอบแข่งขันเข้ารับราชการ


- ขั้นตอนในการสอบแข่งขันเข้ารับราชการในสังกัด ก.พ. ครูสังกัด ก.ค. ข้าราชการสังกัด กทม. และเทศบาล จะมีการสอบ 3 ภาค คือ

ภาค ก. ความรู้ความสามารถทั่วไป เป็นข้อสอบ ปรนัย 100 ข้อ 200 คะแนน แบ่งออกเป็น
1) วิชาความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์ และสรุปเหตุผล เป็นข้อสอบ ปรนัย 50 ข้อ รวม 100 คะแนน
2) วิชาภาษาไทย เป็นข้อสอบปรนัย 50 ข้อ รวม 100 คะแนน

ในส่วนของภาค ก.ความรู้ความสามารถทั่วไป โดยส่วนมากจะตัดผ่านที่ 60 % ของคะแนนรวม (และไม่นำมาคิดคะแนนรวมกับภาค ข. ) คือสรุปคะแนนผ่าน 60% ของคะแนนรวมก็จะตรวจข้อสอบ ภาค ข. ต่อไป ถ้า้่ไม่ผ่าน 60 % ของคะแนนรวม ก็ถือว่าสอบตก

ภาค ข. ความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง (วิชาชีพ) รวม 200 คะแนน

- ข้อสอบในส่วนนี้ อาจจะเป็นปรนัยทั้งหมด หรือ ปรนัยผสมอัตนัย ก็ได้ แต่โดยส่วนมากเกิน 80 %ของทุกหน่วยงานจะเป็นปรนัย ( มีตัวเลือก ก ข ค ง)

ในการสอบ ภาค ข. จะมีประกาศออกมาเมื่อเปิดรับสมัครสอบว่าจะสอบในหัวข้อใดบ้าง

โดยส่วนใหญ่ จะเป็น พรบ.(กฏหมาย) ที่ต้องรู้และข้อปฎิบัติในหน่วยงานที่จัดสอบ และความรู้เฉพาะตำแหน่ง เช่น นักพัฒนาชุมชน ก็ต้องมีความรู้เกี่ยวกับพัฒนาชุมชน เป็นต้น

ภาค ค. ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง รวม 100 คะแนน

ในส่วนนี้จะคัดมาจากผู้ที่สอบได้คะแนนในภาค ก. และ ข. ตามเกณฑ์ที่กำหนดในการสอบจะดู บุคลิกภาพ และสัมภาษณ์ พร้อมกับดูผลการเรียน จากประวัติการเรียนในบางตำแหน่งอาจจะมีการสอบอย่างอื่นด้วย เช่น ในตำแหน่งปลัดอำเภอและผู้ช่วยนายทะเบียน จะมีการสอบให้ผู้สมัครพูดในหัวข้อสั้น ๆ ที่ได้เตรียมเอาไว้ให้ และมีการสอบวิ่งในระยะทางที่กำหนดในเวลาที่กำหนดให้ ซึ่งผู้สมัครจะต้องศึกษาจากหลักสูตรในการสอบในแต่ละครั้ง ไป ซึ่งในที่นี้พูดเฉพาะวิชาความรู้ความสามารถทั่วไปเท่านั้น

โดยสรุป การสอบได้ลำดับที่ 1 2 3 ... ไล่ลงมาเรื่อย อยู่ที่คะแนน ภาค ข.+ ภาค ค.ใครจะได้คะแนนมากกว่ากัน .. ครับ

3. การสอบวิชาความรู้ความสามารถทั่วไป ตามหลักสูตรของ ก.พ. วิชาความสามารถทั่วไปของ ก.พ. ถือว่าเป็นวิชาที่ยากที่สุด


- วิชาความรู้ความสามารถทั่วไปของ ก.พ. ถือว่าเป็นวิชาที่ยากทีสุด ยากกว่าข้อสอบของ ก.ค., กทม., และเทศบาล ดูจาอัตราผู้ที่สอบผ่านวิชานี้มีเพียง 10 - 20% ของผู้ที่สอบทั้งหมด ข้อสอบของ ก.พ. มีทั้งส่วนที่ง่าย ปานกลาง และยาก ที่สำคัญก็คือผู้เข้าสอบจะไม่สามารถทำข้อสอบได้ทั้งหมดในเวลาที่กำหนดให้ ผู้สอบจึงจำเป็นต้องศึกษาว่าข้อสอบชนิดใดง่ายหรือปานกลาง หรือยาก และมีจำนวนข้อสอบเท่าใดและตนเองถนัดในเรื่องใดที่จะต้องเลือกทำก่อนเรื่องอื่น อย่าใช้วิธีทำจากข้อ 1 ไล่ไปเรื่อย ๆ เหมือนกับที่เคยทำข้อสอบสมัยเรียนในระดับมัธยมหรืออุดมศึกษา ซึ่งจะใช้ไม่ได้กับการทำข้อสอบของ ก.พ. แต่จะต้องเลือกทำจากข้อสอบที่ง่ายและถนัดก่อน ตามด้วยข้อสอบ ยากปานกลาง ส่วนข้อสอบยากไว้ทำภายหลัง

องค์ประกอบของข้อสอบวิชาความรู้ความสามารถทั่วไปของ ก.พ. จะแบ่งเนื้อหาออกเป็น 2 วิชา คือ วิชาความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์และสรุปผล กับวิชาภาษาไทย
ดังมีรายละเอียดดังนี้

- วิชาความรู้ความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์ และสรุปผล ซึ่งตามหลักสูตรของ ก.พ. ได้กำหนดเนื้อหาของวิชาไว้ดังนี้

ทดสอบความรู้ความสามารถในการศึกษา การวิเคราะห์และสรุปผล โดยให้วิเคราะห์จับประเด็นจากข้อมูล เหตุการณ์หรือเหตุผลทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

การหาแนวโน้มหรือการเปลี่ยนแปลงที่น่าจะเป็นไปตามข้อมูล หรือสมมุติฐาน การคิดวิเคราะห์แล้วสรุปความเป็นอุปมา อุปไมย โดยอาศัยความรู้ทั่วไป และคิดหาเหตุผลด้วยตัวเลข"

เนื้อหาของข้อสอบ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ความสามารถทางด้านตัวเลข ด้านความมีเหตุผล และด้านภาษา แต่ละกลุ่มมีจำนวนข้อสอบโดยประมาณและความยากง่ายดังนี้
1. ความสามารถด้านตัวเลข แบ่งเป็น
1.1 คณิตศาสตร์ทั่วไป จำนวนข้อสอบโดยประมาณ 5 ข้อ - ยาก
1.2 อนุกรม จำนวนข้อสอบโดยประมาณ 5 ข้อ - ยาก
1.3 การวิเคราะห์ข้อมูลจากตาราง จำนวนข้อสอบโดยประมาณ 5 ข้อ - ปานกลาง

2. ความสามารถด้านความีเหตุผล แบ่งเป็น
2.1 อุปมาอุปไมย จำนวนข้อสอบโดยประมาณ 5-10 ข้อ - ปานกลาง
2.2 การสรุปความจากเงื่อนไขทางภาษา จำนวนข้อสอบโดยประมาณ 10 ข้อ - ยากมาก
2.3 การสรุปความจากสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ จำนวนข้อสอบโดยประมาณ 10 ข้อ - ยากมาก
2.4 ความสัมพันธ์จากรูปภาพ (มิติสัมพันธ์) (ระดับ 3 มักไม่ค่อยออก) จำนวนข้อสอบโดยประมาณ 0-5 ข้อ - ปานกลาง

3. ความสามารถทางด้านภาษา (ความเข้าใจภาษา) จำนวนข้อสอบโดยประมาณ 5 ข้อ - ปานกลาง

- จะเห็นได้ว่าข้อสอบประเภทนี้ ใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์และตัวเลขที่ 20 - 25 ข้อ จึงนับว่าเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับผู้ที่อ่อนคณิตศาสตร์ หรือทิ้งคณิตศาสตร์มานาน ผู้เรียนจะต้องทำความเข้าใจหลักทฤษฎีหรือมีความรู้พื้นฐาน และหมั่นทำแบบฝึกหัดและข้อสอบเก่า ๆ ให้เกิดความชำนาญให้มาก

- ส่วนที่จะต้องให้ความสำคัญค่อนข้างมากคือคณิตศาสตร์ทั่วไป แม้ว่าคณิตศาสตร์ทั่วไปจะมีข้อสอบที่ถามโดยตรงเพียง 5 ข้อ แต่ความรู้คณิตศาสตร์ทั่วไปจะช่วยในการทำข้อสอบหัวข้ออื่น ๆ ในเรื่องของอนุกรม การวิเคราะห์ข้อมูลจากตาราง การสรุปความจากเงื่อนไขทางภาษา (บางส่วน) และการสรุปความจากสัญลักษณ์คณิตศาสตร์

ซึ่งมีข้อสอบประมาณ 20-25 ข้อ ผู้ที่อ่อนคณิตศาสตร์ก็ควรจะทำคะแนนเหล่านี้ไว้บ้าง ไม่ใช่ปล่อยทิ้งไปเลย ซึ่งจะเป็นการยากที่จะคะแนนส่วนอื่น ๆ ให้ได้ถึง 50 ข้อ

- หนังสือที่ควรจะอ่านเพิ่มเติมในด้านความสามารถด้านตัวเลข

1. หนังสือความรู้ความสามารถทั่วไป ตามหลักสูตร ก.พ.
2. คณิตศาสตร์ชั้น ม.1-3 ดูในเรื่องการคำนวณขั้นพื้นฐาน ซึ่งสำคัญมาก
3. คณิตศาสตร์ชั้น ม.4-6 ดูในเรื่องสถิติเบื้องต้น, ตรรก, สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์, ระบบจำนวนและเซท
4. คณิตศาสตร์ระดับปริญญาตรี ดูในเรื่องดังข้อ 3 ข้างต้น

- ข้อสอบ ก.พ. นั้นออกข้อสอบในความรู้ในระดับ ม.1-6 ดังนั้น ถ้าจะดูคณิตศาสตร์ระดับปริญญาตรีให้เข้าใจว่า เนื้อหาจะสูงกว่าที่ออกข้อสอบ แต่ถ้าหากอ่านในระดับปริญญาตรีจะทำให้ได้เปรียบกว่า แต่ถ้าหากไม่มีเวลาก็ไม่จำเป็น

- วิชาภาษาไทย 50 ข้อ 100 คะแนน แบ่งออกเป็นข้อสอบ ประเภทต่าง ๆ โดยประมาณ ดังนี้

1. ศัพท์
1.1 การเขียนตัวสะกด จำนวนข้อสอบ 0-5 ข้อ - ยาก
1.2 ความหมายของคำและกลุ่มคำ จำนวนข้อสอบ 10 ข้อ - ปานกลาง

2. ความเข้าใจภาษา จำนวนข้อสอบ 25 ข้อ - ยาก
2.1 ข้อความ (ทั้งร้อยกรองและร้อยแก้ว)
2.2 บทความ

3. การเขียน
3.1 การเลือกใช้คำหรือกลุ่มคำ จำนวนข้อสอบ 5 ข้อ - ปานกลาง
3.2 การเขียนประโยคได้ถูกต้องตามหลักภาษา จำนวนข้อสอบ 5 ข้อ - ปานกลาง
3.3 การเรียงความ จำนวนข้อสอบ 5 ข้อ - ปานกลาง

- จะเห็นได้ว่า ภาษาไทยตามหลักสูตรของ ก.พ. ส่วนใหญ่จะเน้นความเข้าใจภาษา และการเขียนเป็นหลัก ส่วนการเขียนตัวสะกดจะมี หรือไม่มีก็ได้ (แต่ควรจะดูไว้บ้างเผื่อว่าจะออกมา) ผู้สอบจะต้องอ่านความรู้พื้นฐานของภาษาไทย และหมั่นทำแบบฝึกหัดมาก ๆ เช่นเดียวกัน

- หนังสือที่ควรอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษาไทย คือ

1. หนังสือความรู้ความสามารถทั่วไป ตามหลัดสูตร ก.พ.
2 . หลักภาษาไทย (TH101) ของ ม.รามคำแหง ดูเฉพาะเรื่องการใช้ภาษามากกว่า จะดูเรื่องไวยากรณ์
3 . การเตรียมตัวเพื่อการพูดและเขียน (TH 103) ของ ม.รามคำแหง
4 . การใช้ภาษาไทย ตำรางของมหาวิทยาลัย เช่น ของ มสธ.
5 . การใช้ภาษาไทย ระดับ ม.1-6

สำหรับผู้ที่อ่อนคณิตศาสตร์จำนวนไม่น้อยสามารถสอบวิชา ก.พ. ผ่านได้ โดยให้มามุ่งทำข้อสอบภาษาไทยให้ได้คะแนนดี ๆ เพราะดังที่ได้เรียนให้ทราบแล้วว่า

ส่วนใหญ่ไม่สามารถทำข้อสอบได้หมดทุกข้อ มักจะทำไม่ทันเวลา จะต้องข้าม หรือใช้วิธีเดาในการทำข้อสอบ ดังนั้นผู้ที่อ่อนคณิตศาสตร์ไม่ควรท้อถอยหรือหมดกำลังใจ

4. การสอบวิชาความรู้ความสามารถทั่วไป ตามหลักสูตรของ ก.ค. , สพฐ.


4.1 วิชาความรู้ความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์ และสรุปผล ในข้อสอบของ ก.ค. สพฐ. ที่ผ่านมา ไม่มีข้อสอบแบบการสรุปความจากสัญลักษณ์ จะเน้นหนังที่คณิตศาสตร์

ในแนวการวัดความถนัด (APTITUDE TEST) ซึ่งจะวัดความเข้าใจและความสามารถในเชิงวิเคราะห์มากกว่าความสามารถในการจำ (ซึ่งหมาความว่าไม่เน้นในการจำสูตรต่าง ๆ)ส่วนเนื้อหาในส่วนอื่น ๆ ก็มีข้อสอบพอสมควร เช่น อนุกรม การวิเคราะห์ข้อมูลจากตาราง อุปมาอุปไมย ความสามารถด้านภาษา การสรุปความจากเงื่อนไขทางภาษา

4.2 วิชาภาษาไทย ข้อสอบของ ก.ค. จะมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับเขียนตัวสะกด ความหมายของคำและกลุ่มคำ ความรู้ทางด้านหลักภาษาหรือไวยากรณ์ การอ่าน การใช้ราชาศัพท์
การเลือกใช้คำและกลุ่มคำ การเขียนประโยคที่ถูกต้อง ความเข้าใจภาษามาจากการอ่านข้อความและบทความ สรุปว่าหลักสูตรภาษาไทยของ ก.ค. จะต่างไปในขณะที่ข้อสอบ ก.พ. มักจะไม่เรื่องข้างต้น

5. การสอบวิชาความรู้ความสามารถทั่วไปของ กทม.

5.1 วิชาความรู้ความารถในการศึกษา วิเคราะห์ และสรุปเหตุผล ในข้อสอบของ กทม. จะไม่มีข้อสอบการสรุปความจากสัญลักษณ์ ลักษณะข้อสอบจะเป็นเรื่องต่างๆ

นอกจากนั้น ผู้สมัครสอบควรจะดูเนื้อหาเรื่องคณิตศาสตร์พื้นฐานให้มากหน่อย เพราะจะเป็นพื้นฐานของการทำข้อสอบเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูลจากตารางและแผนภูมิด้วย

สำหรับเงื่อนไขภาษาของ กทม. จะมีเนื้อหาที่ไม่ยากและซับซ้อนมากนัก ดังนั้นผู้อ่านอาจจะอ่านในส่วนแรก ๆ เท่านั้น ส่วนที่ยากและซับซ้อนอาจจะอ่านเมื่อมีเวลาเหลือก็ได้

5.2 วิชาภาษาไทย ข้อสอบภาษาไทยของ กทม. มีลักษณะคล้ายกับข้อสอบภาษาไทยของ ก.พ. จะเน้นเรื่องความเข้าใจภาษา คือ การอ่านข้อความและบทความ นอกจากนี้ยัง

มีความหมายของคำและกลุ่มคำ การใช้คำและกลุ่มคำ การเขียนประโยคตามหลักภาษา การเรียงประโยค สิ่งที่ไม่เน้น คือการเขียนประโยค (อาจจะมีหรือไม่ก็ได้)

6. การสอบวิชาความรู้ความสามารถทั่วไปของ อบต. เทศบาล อบจ.

- ข้อสอบความสามารถทั่วไปของเทศบาล อบต. จะคล้ายแนวข้อสอบของ ก.พ. (โปรดดูในหัวข้อ) และผู้สอบควรจะศึกษาเกี่ยวกับความรู้ทั่วไป และเหตุการณ์ปัจจุบันเอาไว้ด้วย ซึ่งเคยมีข้อสอบถามในเรื่องดังกล่าวด้วย

7. คำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนสอบ

1. ศึกษาหลักสูตรของการสอบและแนวการสอบให้ละเอียด โดยศึกษาจากคู่มือการับสมัครและหนังสือแนะนำในการเตรียมสอบวิชาความรู้ความสามารถทั่วไป ซึ่งจะบอก
ถึงหลักสูตรและเนื้อหาในการสอบโดยละเอียด พร้อมทั้งตัวอย่างข้อสอบ (อย่างง่ายๆ) เอาไว้ หนังสือเล่มดังกล่าวถือว่าเป็นแนวกว้าง ๆ ของเนื้อหาข้อสอบเท่านั้น

2. หากหนังสือหรือตำราที่ดีและตรงกับแนวการสอบไว้อ่านและทำแบบฝึกหัด ตำราในท้องตลาดมีมากมาย ไม่ใช่ว่าจะต้องแนวกับการสอบเสมอไป หรือบางเล่มก็เฉลยผิด ๆจะทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิด และสอบตก ควรพยายามสอบถามบุคคลที่เคยสอบมาแล้ว และถามว่าหนังสือเล่มใดที่ตรงและถูกต้องบ้าง อาจจะได้หนังสือที่ถูกต้องไม่ทำให้เราหลงทางและสอบตกในที่สุด

3. ควรหาโอกาสเข้าสอบวิชาความรู้ความสามารถเมื่อมีโอกาสจะทำได้ เพื่อหาประสบการณ์และดูแนนข้อสอบมากขึ้น

4. ควรทำสรุปย่อเนื้อหาของวิชาที่เรียน ทำโน้ตย่อเฉพาะเนื้อหาสำคัญสั้น ๆ ใช้ภาษาของตนเองเพื่อสะดวกในการทบทวน

5. หมั้นทำแบบฝึกหัด การทำแบบฝึกหัดจะช่วยให้เราเข้าใจและจำเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น

6. ควรจับกลุ่มดูหนังสือกับเพื่อน เพื่อจะได้มีกำลังใจในการดูหนังสือ ไม่ว้าเหว่ และเมื่อสงสัยก็สามารถช่วยเหลือกันได้ กลุ่มสำหรับดูหนังสือไม่ควรมากเกินไป หรือน้อยเกินไป คือประมาณ 4-5 คน

7. ให้นึกถึงความสำเร็จทางชีวิต หรือเป้าหมายของชีวิตให้เรามีมานะมากขึ้น โดยพยายามอ่านชีวประวัติบุคคลสำคัญหรือบุคคลที่ประสบผลสำเร็จในชีวิต จะช่วยให้เรามีมานะมากขึ้น

8. ให้ความสำคัญของการรักษาสุขภาพและสุขภาพจิต ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การเรียนและการดูหนังสือได้ผลดี

9. ควรมีแผนการดูหนังสือ เขียนเป็นตารางไว้ แล้วปฏิบัติโดยเคร่งครัด

10. ควรมีสถานที่ดูหนังสือที่เป็นสัดส่วนของตนเอง และเงียบสงบ ซึ่งจะช่วยให้มีสมาธิในการดูหนังสือได้มาก

11. ควรหาคนช่วยสอนในเรื่องที่เราไม่ถนัด เช่น คณิตศาสตร์ เรื่องบางเรื่องถ้าอ่านเองจะเสียงเวลามาก แต่ถ้ามีคนมาอธิบายให้จะเข้าใจง่ายในเวลาอันรวดเร็ว

กาหาสำนักติว ควรจะตรวจสอบดูให้รู้แน่ว่าเชื่อถือได้แค่ไหน โดยเฉพาะอาจารย์ผู้สอนว่ามีความรู้จริงหรือไม่ หรือเป็นแค่มือใหม่ สมัครเล่น

12. ควรอ่านหนังสือหรือเรียนด้วยความสนุก มากกว่าจำใจอ่านหรือเรียนแบบแข็ง ๆ จะทำให้ไม่ได้ผล

13. ทำตัวให้สบายไม่เคร่งเครียด หรือมุ่งหวังมากเกินไป จะทำให้เครียด นอนไม่หลับ สุขภาพจะเสื่อมโทรม ขาดสมาธิ แลมีผลจะทำให้อ่านหนังสือไม่จำหรือไม่เข้าใจ ให้คิดว่าถ้าเราสอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ทำอาชีพอื่น ๆ ที่น่าสนใจกว่าก็ยังมี จะทำให้ใจสบาย ไม่เครียด ไม่ฟุ้งซ่าน มีสมาธิและกำลังใจดี อ่านหนังสือธรรมะบ้าง ยึดหลักทางสายกลาง หรือมีการฝึกสมาธิจะช่วยให้การเรียนดีขึ้น

8. คำแนะนำสำหรับในวันสอบ
1. ก่อนวันสอบไม่ต้องกังวล นอนให้เพียงพอไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง การนอนให้เพียงพอ จะทำให้สมองปลอดโปร่ง ทำให้สอบได้ดี เพราะข้อสอบของ ก.พ. ต้องการความสามารถในการวิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อสอบความจำอย่างเดียว ถ้าสมองไม่ปลอดโปร่ง จะทำข้อสอบไม่ได้ดี

 2. ควรเตรียมอุปกรณ์การสอบให้พร้อม ตั้งแต่ก่อนวันสอบ ทั้งดินสอ ยางลบ ปากกาน้ำเงินและแดง ไม่บรรทัด

3. ไปถึงสนามสอบก่อนเวลาทำการสอบไม่น้อยกว่า 45 นาที เพื่อจะได้ไม่รีบเร่ง และเข้าห้องสอบสายเพราะอาจมีเหตุผลฉุกเฉิน หรือการจราจรติดขัดทำให้ไปถึงสนามสอบไม่ทัน ทำให้เสีบเปรียบคนอื่น ๆ และอาจไม่อนุญาตให้เข้าห้องสอบ ควรไปดูสนามสอบก่อนวันสอบ เพราะสถานที่บางแห่งเราไม่รู้จักจะเสียเวลาหามาก

4. ควรทำข้อสอบในส่วนที่ตนถนัดก่อน ก่อนจะทำข้อสอบให้อ่านดูข้อสอบอย่างคร่าว ๆ ทั้งฉบับก่อน จากนั้นเวลาทำ ส่วนไหนไม่ถนัดและเห็นว่ายากให้ข้ามไปก่อนค่อยกลับมาทำในภายหลัง เพราะข้อสอบทั้ง 2 วิชา แจกพร้อมกันเก็บพร้อมกัน ใช้เวลาทำข้อสอบ 2 ชั่วโมง 30 นาที หรือ 3 ชั่วโมง เช่น ผู้ถนัดในการวิเคราะห์แบบตัวเลข และคณิตศาสตร์ควรจะทำในส่วนที่เป็นตัวเลข และคณิตศาสตร์ก่อน

ส่วนที่ไม่ถนัดตัวเลขและคณิตศาสตร์ให้ทำในส่วนภาษาไทยก่อนเป็นต้น เนื่องจากว่าข้อสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไปมักจะยาก ผู้สอบที่ทำข้อสอบไม่ค่อยได้ ไม่ควรเสียงกำลังใจ เพราะคนอื่น ๆ ก็คงทำไม่ค่อยได้เหมือนกัน แต่จะแข่งขันว่าใครจะทำได้มากกว่ากัน และอีกประการหนึ่งผู้สอบเกือบทั้งหมดมักทำข้อสอบไม่ทัน เพราะข้อสอบจะมากเกินเวลาที่กำหนดไว้ ผู้สอบจึงควรทำส่วนที่ทำได้ก่อน แม้ว่าจะเสียเวลาไปเกินข้อสอล 1.5 นาที (ข้อสอบ 100 ข้อ เวลา 150 นาที เฉลี่ยข้อสอบ 1.5 นาที) ไปบ้าง เพราะถือหลักว่าข้อที่เราทำได้และแน่ใจว่าทำถูกย่อมดีกว่า

แน่นอนกว่าจะไปทำข้ออื่น ๆ ที่เราไม่แน่ใจ แต่ข้อที่เราทำได้กินเลามาก ๆ เช่น 5 นาทีอาจจะต้องกลับมาทำภายหลัง ถ้ามีเวลา

5. การทำข้อสอบปรนัยนั้น บางครั้งอาจจะต้องใช้วิธีเดา ในกรณีเช่นนี้ใด้ตัดข้อที่ผิดอย่างเห็นได้ชัดออกไปจนเหลือข้อที่ไม่แน่ใจสัก 2 ตัวเลือก แล้วจึงเดาระหว่าง 2 ตัวเลือกโดยข้อที่เราแน่ใจมากที่สุดเป็นคำตอบ (แต่โปรดดูว่าการกาจะติดลบหรือไม่ ถ้าติดลบไม่ควรเดา)

- 6. อุปกรณ์ที่จะต้องนำเอาไปด้วย คือ นาฬิกา เพื่อจะได้ดูเวลา พยายามอย่าเสียเวลากับข้อสอบที่ยากมาก และใช้เวลามากเกินไปเพราะจะกินเวลาข้อสอบข้ออื่น ๆ

เมื่อทำข้อสอบไม่ทันจริง ๆ ใน 5 นาที สุดท้ายก็ให้เดาคำตอบของข้อสอบที่เหลือไปได้เลย ยกเว้นในคำสั้งบอกว่า ถ้าทำผิดจะติดลบ ต้องอ่านคำสั้งให้ละเอียดก่อนทำข้อสอบทุกครั้ง

คัดลอกจากหนังสือของ อ.กฤติน วงศ์มหาริมาตรและปรับปรุงเพิ่มโดยทีมงานSheetram.com

Credit อ.กฤติน วงศ์มหาริมาตร
Modify By Fafa

30 มี.ค. 2562

รวมแนวข้อสอบ กพ.62 อ่านหมดนี้สอบผ่านชัวร์ !!!

รวมแนวข้อสอบ กพ เยอะมาก ซึ่งการสอบ กพ. ภาค ก .แต่ละครั้งนั้น เป็นการสอบความรู้ความสามารถทั่วไป หรือเรียกแนวข้อสอบที่ เพื่อนๆรู้อยู่ก่อนสอบแล้วนั้นเอง เพื่อนๆจะเห็นได้ว่า แนวข้อสอบ ภาค ก ก็จะซ้ำๆเดิมๆ อยู่เรื่อยๆ ตั้งแต่ปีีก่อนๆ ถึง ปี ปัจจุบัน และแนวข้อสอบที่มีก็ไม่ได้แตกต่างหรือแหวกแนวไปจากไหนไกลเลย ถ้าเพื่อนๆที่ไม่รู้จะไปหาอ่านข้อสอบ ตรงไหน รอบนี้จัดหามาให้มากมายก่ายกอง สนใจลองไปดูรายละเอียดกัน



ปล. ปริ๊นไปอ่านเพื่อความสะดวกในการนั่งคำนวนเมื่อเจอข้อสอบตัวเลขนะ

แนวข้อสอบ ก.พ. 1
แนวข้อสอบ ก.พ. 2
แนวข้อสอบ ก.พ. 3
แนวข้อสอบ ก.พ. 4
แนวข้อสอบ ก.พ. 5

แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ กพ. 1


อัพเดต 31 มีนาคม 2562

16 พ.ค. 2556

สมัครสอบ กพ 2556 ก้าวแรกของการเป็นข้าราชการ กพ

ช่วงนี้เริ่มสมัครสอบ กพ กันแล้ว เพื่อนๆบางคนที่เคยสอบรอบนี้มีให้แก้ตัวแล้วนะคะ สำหรับใครที่สอบผ่านแล้วก็ขอแสดงความยินดีย้อนหลังเลยจ้า เพราะ การสอบ กพ ภาค ก นี้เป็นด่านแรกในการสอบข้าราชการพลเรือนเลย แถมถ้าเราสอบผ่าน ภาค ก แล้วเราก็ไม่ต้องสอบใหม่ เพราะ ใบผ่านไม่มีวันหมดอายุจ้า สำหรับเพื่อนๆที่เรียนจบ ปริญญาตรีกันแล้วอยากเป็นข้าราชการ ต้องลองดูรายละเอียดเพ่มเติมของ กพ นะคะ ใครที่อยากสอบ กพ ตอนนี้เปิดรับสมัครกันแล้ว สามารถดูรายละเอียดหรือสมัครได้ที่นี่เลยจ้า ขอให้โชคดีในการสอบ กพ ในปี 2556 ทุกท่าน จ้า

สมัครสอบ กพ และรายละเอียดการสอบ กพ

29 มี.ค. 2556

แจกแนวข้อสอบ กพ เพิ่มอีก 80 ข้อ เอาไว้สอบปีนี้

แจกแนวข้อสอบ กพ เพิ่มอีก 80 ข้อ สำหรับเพื่อนๆที่กำลังจะสอบ กพ ที่กำลังจะเปิดสอบใน ปี 2556 นี้ ถ้าเพื่อนๆคนไหนสนใจแนวข้อสอบ หรือกำลังหาแนวข้อสอบ กพ ล่าสุดลองเอาแนวข้อสอบนี้ไปลอง Test ได้ก่อนนะคะ เป็นแนวข้อสอบที่คล้ายๆของเดิม เอาไว้ทดสอบความรู้ทั่วไปของเราค่ะ ไปโหลดแนวข้อสอบกันเลย

แนวข้อสอบ กพ 80 ข้อ

อันนี้เป็นรวมแนวข้อสอบ กพ เพื่อนๆสนใจก็สามารถมาที่กระทู้นี้กระทู้เดียวได้เลยนะคะ Fa รวมไว้ให้เพื่อนๆที่สนใจจะสอบ กพ ให้ติดจ้า แนวข้อสอบ กพ 2556

21 พ.ค. 2555

แนวข้อสอบ กพ

แนวข้อสอบ ก.พ อันนี้เป็นแนวข้อสอบของปีก่อนๆ Fa ไปรวบรวมมาจากบทความเก่า เลยเอามาให้เพื่อนๆที่กำลังจะสอบ กพ ภาค ก ได้ลองเอาไปลองอ่านและลองทำดู ยังไง การสอบ กพ ภาค ก นี้เป็นประตูบานแรกสำหรับเพื่อนๆที่อยากเป็นข้าราชการ ยังไงก็สู้ๆกันนะ

เตรียมตัวสอบ กพ
คู่มือเตรียมสอบภาค ก กพ
แนวข้อสอบ กพ ชุดใหญ่

4 ธ.ค. 2559

แนวข้อสอบกรมสรรพสามิต (ความรู้ทั่วไป)


อยากสอบราชการได้ให้อ่านหนังสือเยอะๆ นั้นมีส่วนที่จริงแท้แน่นอน ช่วงนี้มีหน่วยงานราชการเปิดสอบอยู่มากมายทั้งลูกจ้างชั่วคราว พนักงานราชการ และบรรจุราชการ ซึ่งแต่ละตำแหน่งล้วนมีความหมายต่อประเทศชาติมาก ที่เห็นล่าสุดมีสอบของ กรมสรรพสามิต ที่เปิดสอบอยู่หลายตำแหน่งพอสมควรแล้วเนื้อหาข้อสอบก็แตกต่างกันออกไป แต่ทั้งนี้ แนวข้อสอบความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกรมสรรพสามิตนั้นยังไงก็ต้องมี วันนี้เลยไปค้นหาแนวข้อสอบมาให้กันครับ ลองไปอ่านแนวข้อสอบกัน




1. กรมสรรสามิตจัดตั้งขึ้น เมื่อใด
ก.17 กุมภาพันธ์2485
ข.17 กุมภาพันธ์2475
ค.17 กุมภาพันธ์2502 
ง.17 กุมภาพันธ์2474
ตอบ ง.17 กุมภาพันธ์2474

2. โรงงานในข้อใดไม่ได้สังกัดกรมสรรสามิต
ก. โรงงานสุรา 
ข. โรงงานยาสูบ
ค. โรงงานไพ่ 
ง. โรงงานปุ๋ย
ตอบ ง. โรงงานปุ๋ย

3. กรมสรรสามิตสังกัดกระทรวงใด
ก. กระทรวงคมนาคม
ข. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ค. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ง. กระทรวงการคลัง
ตอบ ง. กระทรวงการคลัง

6. การคืนเงินภาษีรถยนต์คันแรกเริ่มประกาศใช้เมื่อใด
ก. 9 สิงหาคม 2554 
ข. 16 กันยายน 2554
ค. 1 ตุลาคม 2554 
ง. 4 ธันวาคม 2554
ตอบ ข. 16 กันยายน 2554

7. รถยนต์ที่ได้คืนเงินภาษี(อีโคคาร์)ต้องมีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกินเท่าใด
ก.1,500 ซีซี 
ข.1,600 ซีซี
ค.1,800 ซีซี 
ง.2,000 ซีซี
ตอบ ก.1,500 ซีซี

8. ข้อใดคือพันธกิจของกรมสรรสามิต
ก. จัดเก็บภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นธรรมและโปร่งใส
ข. สนับสนุนการพัฒนาสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อมและพลังงาน
ค. บริหารจัดการองค์กรให้มีประสิทธิถาพ
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ

9. ภาษีสรรพสามิต จะจัดเก็บในสินค้ากลุ่มใด
ก. สินค้าที่บริโภคแล้วอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพและศีลธรรมอันดี
ข. สินค้าที่มีลักษณะฟุ่มเฟือย
ค. สินค้าและบริการที่ได้รับผลประโยชน์เป็นพิเศษจากกิจการของรัฐ
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ

10. ที่ทำการกรมสรรพสามิต ตั้งอยู่ในเขตใดของกรุงเทพมหานคร
ก.เขตพระนคร
ข. เขตบางเขน
ค. เขตบางรัก
ง. เขตดุสิต
ตอบ ง. เขตดุสิต

11. เว็บไซต์ของกรมสรรสามิต มีชื่อว่าอะไร
ก. www.excise.net
ข. www.excise.com
ค. www.excise.go.th
ง. www.excise.org
ตอบ ค. www.tmd.go.th

12. เว็บไซต์ของกระทรวงการคลังมีชื่อว่าอะไร
ก. www.mict thai.go.th
ข. www.mof.org
ค.www.mict.org
ง. www.mof.go.th
ตอบ ง. www.mof.go.th

13. กรมสรรสามิตมีชื่อภาษาอังกฤษว่า
ก. The Customs Department 
ข. The Revenue Department
ค. The Excise Department 
ง. Public Debt Management Office
ตอบ ค. The Excise Department

14. หน่วยงานใดสังกัดกระทรวงการคลัง
ก. กรมธนารักษ์
ข. กรมศุลกากร
ค. กรมสรรพสามิต
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ

15. สินค้าใดต่อไปนี้ที่กรมสรรสามิตไม่ได้จัดเก็บภาษี
ก. น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ยาสูบ
ข. แก้วเลดคริสตัล รถจักรยานยนต์
ค. แบตเตอรี่ น้ำหอม
 ง. เทียนไข ยากันยุง
ตอบ ง. เทียนไข ยากันยุง

16. สถานที่ใดต่อไปนี้ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของกรมสรรสามิต
ก. สนามแข่งม้า
ข. สนามกอล์ฟ
ค.โรงงานยาสูบ
ง. สถานบันเทิง
ตอบ ง.สถานบันเทิง

17 . ถ้าตรวจพบผู้ประกอบอุตสาหกรรม / สถานบริการ หากไม่จดทะเบียนสรรพสามิตมีความผิดปรับไม่เกินเท่าใด
ก. 5,000 บาท
ข. 10,000 บาท
ค. 50,000 บาท
ง. 100ม000 บาท
ตอบ ก. 5,000 บาท

18. พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต เริ่มประกาศใช้เมื่อใด
ก. พ.ศ. 2502
ข. พ.ศ. 2520
ค. พ.ศ. 2527
ง. พ.ศ. 2530
ตอบ ค. พ.ศ. 2527

19. แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 11 จะเริ่มประกาศใช้ตั้งแต่ช่วงเวลาใด
ก. 2554-2556
ข. 2556-2558
ค. 2555-2559
ง. 2555-2560
ตอบ ข้อ ค. 2555-2559

20. ข้อใดมิใช่ที่มาแห่งรายได้ของรัฐ
ก. เงินกู้จากต่างประเทศ
ข. ภาษีอากร
ค. เงินได้จากการบริการของรัฐ
ง. ภาษีสรรพสามิต
ตอบ ค. เงินได้จากการบริการของรัฐ

ตัวอย่างแนวข้อสอบ กรมสรรพสามิต
1.กรมสรรพสามิตก่อตั้งเมื่อวันที่
ตอบ 17 กุมภาพันธ์ 2474

2.กรมสรรพสามิตอยู่ในสังกัดใด
ตอบ กระทรวงการคลัง

3.วิสัยทัศน์ของกรมสรรพสามิต
ตอบ ผู้นำการจัดเก็บภาษีเพื่อสังคม สิ่งแวดล้อม และพลังงาน

4. เว็บไซต์ของกรมสรรพสามิต
ตอบ http://www.excise.go.th/

5.ชื่อภาษาอังกฤษของกรมสรรพสามิต
ตอบ The Excise Department

6.อธิบดีกรมสรรพสามิตคนปัจจุบัน คือ
ตอบ นายสมชาย พูลสวัสดิ์

7.อธิบดีกรมสรรพสามิตต์ เป็นคนแรก คือ
ตอบ หม่อมเจ้าจิตรโภคทวี เกษมศรี

8.สายด่วนของกรมสรรพสามิต
ตอบ 1713

9.หน้าที่ของกรมสรรพสามิต คือ
ตอบ รับผิดชอบในการจัดเก็บภาษีจากสินค้าบางประเภทที่ผลิตขึ้นในราชอาณาจักรและสินค้าบางชนิดที่นำเข้าจากต่างประเทศ อาทิ ภาษีสุรา ภาษีสถานบริการ ภาษียาสูบ โดยมีมาตรการควบคุมจัดเก็บภาษีและการปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างเข้มงวดกวดขัน

10.การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในประเทศไทยสันนิษฐานว่ามีการจัดเก็บตั้งแต่สมัยใด
ตอบ สมัยกรุงสุโขทัย แต่ไม่มีหลักฐาน

26 พ.ย. 2556

แนวข้อสอบผู้ช่วยการเงิน ธ.ก.ส.

แนวข้อสอบ ธกส หรือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำหรับเพื่อนๆกำลังจะสอบ 10 ข้อนี้ลองอ่านเล่นๆแล้วลองสอบดูกันจ้า ใครไม่แม่น ลองอ่านดูเลย


1. ธนาคาร ธ.ก.ส.จัดตั้งขึ้น เมื่อใด
ก. พ.ศ. 2473 ข. พ.ศ. 2499
ค. พ.ศ. 2502 ง. พ.ศ. 2509
ตอบ ง. พ.ศ. 2509 เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลังในสมัยนั้น

2. พระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการสหกรณ์ จัดตั้งขึ้นเมื่อใด
ก. พุทธศักราช 2475 ข. พุทธศักราช 2490
ค. พุทธศักราช 2502 ง. พุทธศักราช 2486
ตอบ พุทธศักราช 2486

3. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสังกัดกระทรวงใด
ก. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
ข. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ค. กระทรวงการคลัง
ง. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ตอบ ค. กระทรวงการคลัง

4. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนปัจจุบันคือใคร
ก. บุญทรง เตริยาภิรมย์ ข. ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล
ค. กิตติรัตน์ ณ ระนอง ง. จุติ ไกรฤกษ์
ตอบ ค. กิตติรัตน์ ณ ระนอง เริ่มดำรงตำแหน่ง 9 ตุลาคม พ.ศ. 2555

5. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร คนปัจจุบัน คือใคร
ก. นายยุคล ลิ้มแหลมทอง ข. ศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ
ค. ธีระ วงศ์สมุทร ง. พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ
ตอบ ก. นายยุคล ลิ้มแหลมทอง

6. ผู้จัดการใหญ่ ของ ธ.ก.ส. คนปัจจุบัน คือใคร
ก. นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ ข. นางพูนสุข มุสิกลัด
ค. นายสมชัย อ่ำพันธ์ ง. นายลักษณ์ วจนานวัช
ตอบ ง. นายลักษณ์ วจนานวัช

7. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรมีชื่อภาษาอังกฤษว่า
ก. ค. Bank for Agriculture
ข. Bank for Agricultural Cooperatives
ค. Bank for Agriculture and Agricultural Cooperatives
ง. Bank Authority Meteorological
ตอบ ค. Bank for Agriculture and Agricultural Cooperatives

8. ข้อใดไม่ใช่พันธกิจของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
ก. ให้บริการสินเชื่อครบวงจรเพื่อเสริมสร้างโอกาสและสนับสนุนเกษตรกร
ข. สนับสนุนทุนดำเนินงานให้ครอบคลุมความต้องการของภาคชนบท
ค. พัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมเพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ง. พัฒนาบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของเกษตรกรอย่างมีคุณภาพ
ตอบ ข. สนับสนุนทุนดำเนินงานให้ครอบคลุมความต้องการของภาคชนบท

9. ข้อใดคือวิสัยทัศน์ของ ธนาคาร ธ .ก.ส.
ก. เป็นธนาคารพัฒนาชนบทที่มั่นคง มีการจัดการที่ทันสมัย
ข. ยึดมั่นในหลักการบริหารงาน
ค. สนับสนุนเกษตรกรจนสามารถเพิ่มผลผลิต ได้อย่างมีคุณภาพ
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ก. เป็นธนาคารพัฒนาชนบทที่มั่นคง มีการจัดการที่ทันสมัย

10. ข้อใดคือนิยามวัฒนธรรมของ ธ.ก.ส.
ก.ซื่อสัตย์สุจริต
ข. มีสำนึกรับผิดชอบ
ค. ตอบสนองเป็นทีม
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ถูกทุกข้อ

24 ม.ค. 2556

ถ้าใบภาค ก ของ กพ หาย ทำไง ?

ถ้าเกิดทำใบสอบผ่านภาค ก (ความรู้ความสามารถทั่วไป) ของ กพ หายทำไงดี ?

\
กว่าจะสอบผ่านภาค ก ก็แย่แล้ว ยังจะมาทำหายอีก เซ็งสุดๆ ยิ่งจะมีการสอบภาค ข ของข้าราชการพลเรือนแล้วด้วยยิ่งเครียดไปกันใหญ่ ถ้าเพื่อนๆทำใบผ่านภาค ก หายมี วิธี ดังต่อไปนี้

1 ยื่นคำร้องหรือแจ้งที่ กลุ่มงานประมวลผลการสอบ และพัฒนาระบบการสรรหาและเลือกสรรด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ศูนย์สรรหาและเลือกสรร สำนักงาน ก.พ. อาคาร 8 ชั้น 3 ถ.ติวานนท์ ซอย 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 หรือ โทรที่เบอร์ 02-547-1936-37

2 ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วส่งใบแจ้งความพร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชน รับรองสำเนาของตัวเอง แล้วเขียนใบคำร้องขอหนังสือภาค ก (โดยต้องเขียนเอง) ต้องระบุข้อมูลเกี่ยวกับการสมัครสอบในครั้งนั้นให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งแนบซองเปล่าติดแสตมป์ 3 บาท จ่าหน้าซองถึงตัวท่านเอง ไปยังที่อยู่ข้างต้น เมื่อได้รับเอกสารหลักฐานฯ และตรวจสอบความถูกต้องแล้ว สำนักงาน ก.พ. จะจัดส่งหนังสือรับรองฯ ภาค ก.ไปมาให้

ขอบคุณที่มาจาก สำนักงาน กพ

8 ธ.ค. 2557

ก.พ.ร. ย่อมาจากอะไร และมีหน้าที่อะไร ?

หลายคนเคยเกิดความสงสัยว่า กพร หรือ ก.พ.ร. นั้นย่อมาจากอะไรและมีหน้าที่อย่างไรในการบริหารงานราชการ วันนี้ Fa จะมาสรุปให้เพื่อนให้อ่านกันจ้า

ก.พ.ร. นั้นย่อมาจาก คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ประกอบด้วย


  • นายกรัฐมนตรี หรือ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
  • รัฐมนตรี 1 คน รองประธาน 
  • ผู้แทนคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่น 1 คน
  • ผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่เกิน 10 คน 
  • เลขาธิการ ก.พ.ร. กรรมการและเลขานุการ

โดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ดำรงตำแหน่ง คราวละ 4 ปี ไม่เกิน 2 วาระ ติดต่อกัน

หน้าที่ของ ก.พ.ร. โดยย่อ


  • เสนอ คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการ โครงสร้างระบบ งบประมาณ บุคลากรมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรม และค่าตอบแทน
  • เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และมาตรฐานในการจัดตั้ง โอน ยุบ เลิก กำหนดชื่อ เปลี่ยนชื่อ การกำหนดอำนาจหน้าที่ และการแบ่งส่วนราชการของกระทรวง ทบวง กรม
  • เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีในการตราพระราชกฤษฏีกา และออกกฏตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
  • ดำเนินการให้มีการชี้แจงทำความเข้าใจ แก่ส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และประชาชน
  • ตีความ วินิจฉัย ปัญหาที่เกิดจากการใช้บังคับเกี่ยวกับพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน หรือพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม
  • จัดทำรายการประจำปีเกี่ยวกับการพัฒนาและจัดระบบราชการของรัฐอย่างอื่นเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
โดยสำนักงาน กพร. สังกัด สำนักนายกรัฐมนตรี ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี




4 ก.ค. 2557

แนวข้อสอบพนักงานธุรการปฏิบัติงาน ไว้อ่านทำความเข้าใจ

ไปเจอบทความแนวข้อสอบจากเวปไซต์ Thailocalmeet เห็นว่ามีประโยชน์เลยเอามาเผยแพร่ที่บล็อคนี้สำหรับเพื่อนๆที่กำลังหา แนวข้อสอบเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน ลองอ่านรายละเอียดหัวข้อข้างล่างเพื่อทำความเข้าใจได้ไม่มากก็น้อยเลยค่ะในส่วนการสอบตำแหน่งนี้คงไม่พ้นทางด้านหนังสือราชการหรือพรบปฏิบัติงานทางราชการ ถ้าเพื่อนๆสนใจแนวข้อสอบลองอ่านดูได้เลยนะคะ
แนวข้อสอบพนักงานธุรการปฏิบัติงาน ภาค ข

1.สำนักนายกรัฐมนตรี เทียบได้กับส่วนราชการใด
ตอบ กระทวง

2. ส่วนราชการใดไม่ใช่องค์กรปกครองส่วนทิ้งถิ่น
ตอบ อำเภอ

3. องค์ประกอบคณะกรมการครูและบุคลากรทางการศึกษา (กกศ.) มาจากที่ใด
ตอบ โดยตำแหน่ง โดยการแต่งตั้ง โดยการเลือกตั้ง

4. ผู้บังคับบัญชาสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คือใคร
ตอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

5.ผู้มีอำนาจในการแต่งตั้ง อกคศ.
ตอบ คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา (กคศ.)
6.ประธาน ก.พ. คือใคร
ตอบ นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย
7. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษามีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอะไร
ตอบ คุรุสภา
8.ฐานะของคุรุสภาคือ
ตอบ นิติบุคคลภายใต้กำกับของกระทรวงศึกษาธิการ
9. บุคคลในข้อใดไม่จำเป็นต้องมีใบประกอบวิชาชีพครู
ตอบ ผู้สนับสนุนการศึกษา
10.คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษาเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า
ตอบ กคศ.
11.การกำหนดตำแหน่งและอัตราเงินเดือนของข้าราชการต้องคำนึงถึงเรื่องใด
ตอบ ง. ....................
12.ส่วนราชการๆต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานใด
ตอบ กพร.
13.ข้อใดไม่ใช่หลักการบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พศ.2546
ตอบ การบริหารราชการส่วนภูมิภาค
14.การเสนอนบาย แผนการศึกษาแห่งชาติ และมาตรฐานการศึกษา ให้เสนอต่อใคร
ตอบ คณะรัฐมนตรี
15. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ถือว่าเป็น
ตอบ ข้าราชการพลเรือนสามัญ
16. ใครเป็นประธาน อกพ.กระทรวง
ตอบ รัฐมนตรีเจ้าสังกัด
17. ข้อใดผิดเกี่ยวกับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ
ตอบ ตำแหน่งทางวิชาการ ต้น-สูง
18. การอุทรธ์ต่อ กพ. ต้องอุทรธ์ภายในกี่วัน
ตอบ 30 วัน
19. การร้องทุกข์ต่อ กพ. ต้องอุทรธ์ภายในกี่วัน
ตอบ นับวันที่รับทราบคำสั่ง
20. พระราชบัญญัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเกิดจากพรบ. ใด
ตอบ พระราชบัญยัติการศึกษาแห่งชาติ พศ. 2542
21.ผู้บังคับบัญชาสำนักงานรัฐมนตรีคือใคร
ตอบ เลขานุการรัฐมนตรี
22. ภารกิจของรัฐบาลเป็นไปเพื่อ
ตอบ ประโยชน์สุขของประชาชน
23. ส่วนราชการที่ทำงานราชการให้กับสำนักงานปลัดกระทรวงคือ
ตอบ สำนักงานเลขานุการปลัดกระทรวง
24. ผู้แต่งตั้งรักษาราชการผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา คือ ใคร
ตอบ เลขาฯสพฐ
25. การกำหนดเขตการศึกษาต้องคำนึงถึงสิ่งใด
ตอบ ง. ...ปริมาณสถานศึกษา จำนวนประชากร วัฒนธรรม ความเหมาะสมด้านอื่น
26. ผู้ลงนามแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาในราชกิจจานุเบกษา คือผู้ใด
ตอบ รัฐมนตรีว่าการศึกษาธิการ
27. ก่อนรัฐจะดำเนินการใดรัฐต้องทำอะไรก่อน
ตอบ วิเคราะห์ถึงผลดีผลเสียที่ตามมา
28. ข้อใดไม่ใช่โทษทางวินัยของข้าราชการ
ตอบ ให้ออก
29.การลาออกเพื่อไปสมัครลงการเมือง มีผลตั้งแต่เมื่อใด
ตอบ วันขอลาออก
30.นิติกรรมทางการเงิน
ตอบ ง. ......................
31.การอุทธรณ์ต้องกระทำในลักษณะใด
ตอบ ทำเป็นหนังสือ
32. คำสั่งทางปกครองมีผลตั้งแต่เมื่อใด
ตอบ วันที่ได้รับแจ้ง
33. คำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบโดยกฎหมายทำอย่างไร
ตอบ เพิกถอน
34. ข้อมูลข่าวสารใดที่ประชาชนเข้าดูไม่ได้
ตอบ ประวัติผู้ป่วย
35. เมื่อรัฐบาลแถลงนโยบายแล้วต้องทำแผนบริหารราชการแผ่นดินให้เสร็จภายในกี่วัน
ตอบ 90 วัน
36. ข้อใดไม่มีในหนังสือภายใน
ตอบ คำลงท้าย
37. ลำดับการรับหนังสือ
ตอบ แยกประเภท – ลงทะเบียน – บันทึก – ส่ง
38. ผู้ดำรงตำแหน่งมอบหมายให้ปฏิบัติราชการแทน
ตอบ ทำการแทน
39. แถลงการณ์จัดเป็นหนังสือประเภทใด
ตอบ หนังสือประชาสัมพันธ์
40.บรรดาข้อความที่ทางการเห็นสมควรเผยแพร่ให้ทราบ เรียกว่า
ตอบ ข่าว
41.บรรดาข้อความที่ผู้มีอำนาจหน้าที่วางไว้ โดยอาศัยอำนาจของกฎหมายหรือไม่ก็ได้ คือ
ตอบ ระเบียบ
42.ตราประทับการรับหนังสือมีขนาดเท่าใด
ตอบ 2.5*5 ซม.
43.คำรับรองสำเนาถูกต้อง โดยเจ้าหน้าที่ระดับ 2 ขึ้นไป อยู่ตรงตำแน่งใด
ตอบ ขอบล่าง
44. ตราครุฑที่ใช้กับกระดาษ A4 มีขนาดเท่าใด
ตอบ 3 ซม.
45. การลงชื่อส่วนราชการตั้งแต่กรมลงมาให้ลงตั้งแต่
ตอบ กอง
46. ข้อใดไม่ใช่หนังสือราชการ
ตอบ ง. .......................(จำตัวเลือกไม่ได้)
47. หนังสือที่ต้องเก้บไว้ตลอดไป
ตอบ ประวัติศาสตร์ .............
48.หนังสือที่มีสำเนาสามารถหาได้จากที่อื่นต้องเก็บไว้กี่ปี
ตอบ 5 ปี
49. งานสารบรรณ คือ
ตอบ งาน รับ- ส่ง หนังสือ
50. ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติอยู่ที่ใด
ตอบ กระทรวงกลาโหม

ไว้ถ้ามีแนวข้อสอบเพิ่มเติมอื่นจะหามาเพิ่มให้นะคะ 

6 ก.พ. 2554

อึ้ง!! ทั่วประเทศขาดครู 4 หมื่น

ขออภัยจ้าเห็นว่าดีเลยเอามาอัพ

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขาดแคลนครูประมาณ 40,000 กว่าคน ส่วนใหญ่จะขาดแคลนในสาขาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ มากที่สุด จากการจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาที่จะเกษียณอายุราชการในอีก 10 ปีข้างหน้า ระหว่างปีงบประมาณ 2552-2562 พบว่าจะมีข้าราชการครูฯ เกษียณอายุราชการรวมทั้งสิ้น 192,285 คน โดยในปีงบฯ 2553 เกษียณ 6,424 คน และปี 2554 เกษียณ 8,422 คน อย่างไรก็ตาม การที่ สพฐ.ได้รับอัตราเกษียณคืนมา 100% นั้น ช่วยทำให้ปัญหาการขาดแคลนครูไม่ได้มีปัญหามากขึ้น และยังมีองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)หลายแห่งจัดสรรอัตรามาช่วยสอนได้

รายงานข่าวจาก สพฐ.แจ้งว่า สำหรับข้อมูลข้าราชการครูฯ ที่จะเกษียณอายุราชการในอีก 10 ปี แบ่งเป็น สาขาวิชาต่างๆ อาทิ ได้แก่ ครูประถมศึกษา 28,721 คน ครูภาษาไทย 28,578 คน บริหารการศึกษา 22,549 คน สังคมศึกษา 22,106 คน การงานพื้นฐานอาชีพและเทคโนโลยี 19,802 คน คณิตศาสตร์ 16,949 คน วิทยาศาสตร์ 15,502 คน สุขศึกษา/ พลศึกษา 12,181 คน ภาษาต่างประเทศ 11,781 คน และครูศิลปะ 6,098 คน นอกจากนี้ ยังพบว่าครูที่สอนในโรงเรียนสังกัด สพฐ.นั้น สอนไม่ตรงวิชาเอกประมาณ 26,396 คน แบ่งเป็น สาขาวิชาฟิสิกส์ 1,342 คน เคมี 1,400 คน ชีววิทยา 2,027 คน คณิตศาสตร์ 8,724 คน คอมพิวเตอร์ 5,454 คน และภาษาอังกฤษ 7,449 คน ขณะที่มีครูสอนตรงตามวิชาเอกมีแค่ 57,963 คน

แหล่งข่าวคนหนึ่งใน สพฐ.กล่าวว่า ในการแก้ปัญหาครูสอนไม่ตรงวุฒิการศึกษานั้น ในปีที่ผ่านมา สพฐ.ได้จัดโครงการอบรมพัฒนาครูสอนไม่ตรงวุฒิร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ทั่วประเทศ 33 แห่ง มีครูสอนไม่ตรงวุฒิ 4,348 คน เข้าร่วมโครงการพัฒนา จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 6,000 คน สาเหตุที่ข้าราชการครูฯ เข้าร่วมไม่ครบ เพราะบางส่วนอาจอยู่ในพื้นที่ไกล เดินทางไม่สะดวก แต่ สพฐ.จะดำเนินการอบรมในโครงการดังกล่าวต่อในระยะที่ 2 เพื่อให้ข้าราชการครูฯ ที่สอนไม่ตรงวุฒิได้มาอบรมพัฒนา ทั้งนี้ ข้าราชการครูฯ ที่สอนไม่ตรงวุฒิ และรับการอบรมจะมาจากโรงเรียนขยายโอกาสในระดับมัธยมต้น และเป็นครูที่สอนในวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ

นายเสน่ห์ ขาวโต รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าวว่า ในปี 2553 มีข้าราชการครูฯ ในสังกัด สพฐ.เข้าโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือเออร์ลี่ รีไทร์ 12,800 ราย ซึ่งข้าราชการครูฯที่ขอเออร์ลี่ฯนั้น สาเหตุหลัก ได้แก่ 1.ส่วนใหญ่อายุราชการเหลือไม่กี่ปี และทำงานมานานแล้ว จึงต้องการเปิดโอกาสให้บรรจุคนรุ่นใหม่เข้ามาทดแทน 2.ต้องการไปประกอบอาชีพอื่น ส่วนใหญ่จะเป็นข้าราชการครูฯ ที่รับราชการตั้งแต่อายุน้อย และอยากไปทำงาน หรือประกอบอาชีพอื่น และ 3.ปัญหาสุขภาพ ไม่สามารถทำงานสอนได้ เนื่องจากเป็นโรคร้ายแรง เช่น เป็นโรคมะเร็ง สำหรับโครงการเออร์ลี่ฯ ในปี 2554 นั้น ขณะนี้ สพฐ.กำลังเร่งสำรวจ โดยให้ข้าราชการครูฯ แจ้งความจำนงเข้าร่วมโครงการ โดย สพฐ.ได้รับจัดสรรอัตรามาประมาณ 13,000 ราย

"ข้าราชการครูฯที่จะเข้าโครงการเออร์ลี่ฯ ได้นั้น จะต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เช่น มีอายุราชการตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป อายุตั้งแต่ 50 ปี และจะต้องมีเหตุผลที่จำเป็นในการขอเออร์ลี่ฯ และต้องดูสาขาที่เออร์ลี่ฯ ด้วยว่าเป็นสาขาที่ขาดแคลนหรือไม่" นายเสน่ห์กล่าว

ขอบคุณบทความจาก มติชน

13 ธ.ค. 2559

แนวข้อสอบกรมศิลปากร ไว้สอบบรรจุราชการ (ความรู้ทั่วไป)

วันนี้ลองไปค้นหาแนวข้อสอบกรมศิลปากร แต่ได้แนวข้อสอบความรู้ทั่วไปเท่านั้น ส่วนพวกวิชาเฉพาะตำแหน่ง เพื่อนๆต้องลองหาอ่านกันดูเรื่อยๆกันครับ



1 กรมศิลปากร มีหน้าที่อะไร ?
ตอบ กรมศิลปากรของรัฐซึ่งมีภารกิจคุ้มครอง ป้องกัน อนุรักษ์ บำรุงรักษา ฟื้นฟู ส่งเสริม สร้างสรรค์ เผยแพร่ จัดการศึกษา ค้นคว้า วิจัย พัฒนา สืบทอดศิลปะและทรัพย์สินมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ เพื่อธำรงคุณค่าและเอกลักษณ์ของความเป็นชาติ อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคมไทยและความมั่นคงของชาติ

2. ข้อใดคือเว็ปไซด์ของกรมศิลปากร
ก. www.sso.go.th ค. www.fish.go.th
ข. www.mol.go.th ง. www.finearts.go.th
ตอบ ง.

3. อธิบดีกรมศิลปากรคนแรกคือใคร
ก. พระยาสุพรรณสมบัติ
ข. เจ้าพระยาภาสกรวงศ์
ค. พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ
ง. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนพิทยาลาภพฤฒิธาดา
ตอบ ค.

4. อธิบดีกรมศิลปากรคนปัจจุบันคือใคร
ก. นายประสงค์ พูนธเนศ  ค. นายอนันต์ ชูโชติ
ข. นางโสมสุดา ลียะวณิช ง. นายอุทิศ ธรรมวาทิน
ตอบ ค.

5. ปัจจุบันรองอธิบดีกรมศิลปากรมีกี่คน
ก. 1 คน ค. 3 คน
ข. 2 คน ง. 4 คน
ตอบ ค.

6. กรมศิลปากรก่อตั้งขึ้นเมื่อใด
ก. 27 เมษายน พ.ศ.2454 ค. 26 มีนาคม พ.ศ. 2454
ข. 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2454 ง. 27 มีนาคม พ.ศ. 2454
ตอบ ง.

7. ตราสัญลักษณ์กรมศิลปากร เป็นรูปอะไร
ก. พระพิรุณทรงนาค ค.ตราพระสุริยมณฑล
ข. ตราพระคเณศ ง. ตราปักษาวายุภักษ์
ตอบ ข.

8. กรมศิลปากรก่อตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลที่เท่าใด
ก. รัชกาลที่ 4 ค. รัชกาลที่ 6
ข. รัชกาลที่ 5 ง. รัชกาลที่ 7
ตอบ ค.

9. ข้อใดคือชื่อภาษาอังกฤษกรมศิลปากร
ก. Department of Labour Protection and Welfare
ข. Department of Fisheries
ค. The finearts Department
ง. Department The Customs
ตอบ ค.

10. กรมศิลปากรตั้งอยู่ที่เขตใดของกรุงเทพมหานคร
ก. มีนบุรี ค. พระนคร
ข. ลาดพร้าว ง. บางนา
ตอบ ค.

11. ข้อใดคือวิสัยทัศน์ของกรมศิลปากร
ก. สถาบันหลักในการสร้างทุนปัญญาแก่คนไทยในด้านการอนุรักษ์และสร้างสรรค์มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ
ข. สถาบันหลักในการสืบทอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมให้คงอยู่สืบไป
ค. สถาบันหลักในการกระตุ้นจิตสำนึกและสร้างค่านิยมในคุณค่ามรดกทางศิลปวัฒนธรรม
ง. สถาบันหลักในการสร้างคุณภาพมาตรฐานการบริหารจัดการศิลปวัฒนธรรม
ตอบ ก. 

12. ข้อใดคือพันธกิจของกรมศิลปากร
ก. สืบทอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมให้คงอยู่สืบไป
ข. ธำรงรักษาคุณค่าและเอกลักษณ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรม
ค. กระตุ้นจิตสำนึกและสร้างค่านิยมในคุณค่ามรดกทางศิลปวัฒนธรรม
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง

13. ยุทธศาสตร์ของกรมศิลปากรมีกี่ข้อ
ก. 5 ข้อ ค. 3 ข้อ
ข. 4 ข้อ ง. 2 ข้อ
ตอบ ค

14 เอกสารจดหมายเหตุ แบ่งเป็น 4 ประเภท ข้อใดถูก
ก. เอกสารจดหมายเหตุลายลักษณ์ (Textual Archives) คือ เอกสารที่สื่อความหมายเนื้อหาข้อความเป็นลายลักษณ์อักษรไม่ว่าจะเขียนด้วยมือหรือพิมพ์ด้วยระบบการพิมพ์ลงบนวัสดุรูปแบบต่างๆ
ได้แก่ สมุดข่อย ใบบอก สารตรา หนังสือโต้ตอบ บันทึกข้อความ คำสั่ง ประกาศ พระราชบัญญัติสถิติ สิ่งพิมพ์รัฐบาล รายงานการประชุม ทั้งที่เป็นแผ่นแฟ้ม หรือเล่ม เป็นต้น
ข. เอกสารโสตทัศนจดหมายเหตุ (Audio – Visual Archives) คือ เอกสารที่สื่อความหมายด้วยเสียงหรือภาพ ได้แก่ ภาพถ่าย ฟิล์มเนกาตีฟ ฟิล์มสไลด์ แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพ แถบวีดีทัศน์ ภาพยนตร์ แผนที่ แผนผัง แบบแปลน โปสเตอร์ บัตรอวยพร ปฏิทิน เป็นต้น
ค. เอกสารจดหมายเหตุประเภทแผนที่ แผนผัง แบบแปลน ( Cartographic Archives)
ได้แก่ แผนที่ พิมพ์เขียว แบบแปลน แผนผังต่างๆ
ง. เอกสารจดหมายเหตุประเภทวัสดุคอมพิวเตอร์ ( Machine – Readable Archives)
เป็นเอกสารที่บันทึกข้อมูลและค้นคืนข้อมูลที่บันทึกไว้ด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ได้แก่ เอกสารจดหมายเหตุที่บันทึกลงแผ่นซีดี วีซีดี ดิสเก็ตท์ เป็นต้น
ตอบ ถูกทุกข้อ

รออัพเดต 13 ธันวาคม 2559

7 ต.ค. 2554

คู่มือเตรียมสอบ ก.พ

เข้า google ไปเจอ คู่มือเตรียมตัวสอบ ก.พ เห็นว่ามีประโยชน์
เลยขอนำมาเผยแพร่โดยไม่บอกกล่าวนะคะ

อันนี้เป็น E-Book ของบริษัทสรรพสารที่จัดอบรม
การสอบ ก.พ ปี 54 เมื่อเดือย มิถุนายน 2554 ที่ผ่านมา

ใครสอบไม่ได้หรืออยากสอบในปี
ต่อไปสามารถโหลดไปดูเป็นตัวอย่างได้เลยค่ะ

คู่มือเตรียมสอบ ก.พ Nida

Credit บริษัทสรรพสาร
Modify By Fafa

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆไม่มากก็น้อยค่ะ
ถ้าดูเสร็จแล้วก็มองแนวข้อสอบอื่นๆก็ได้นะคะ

12 ม.ค. 2559

อักษรย่อจังหวัดเป็นภาษาอังกฤษที่ใช้ในอาเซียน

อักษรย่อ ตัวย่อภาษาอังกฤษ และภาษาไทย ในจังหวัดในประเทศไทยทั้ง 77 จังหวัด 
เรียงตามตัวอักษรจ้า บางทีเราไปอ่านหนังสือพิมำ์หรือสื่อต่างๆ จะได้ไม่งงนะคะ 

ที่มาจากเวปอักษรย่อ.com 

 
ลำดับชื่อเต็มจังหวัดตัวย่อจังหวัด
ภาษาไทย
ตัวย่อจังหวัด
ภาษาอังกฤษ
1.กระบี่กบKBI
2.กรุงเทพมหานครกทBKK
3.กาญจนบุรีกจKRI
4.กาฬสินธุ์กสKSN
5.กำแพงเพชรกพKPT
6.ขอนแก่นขกKKN
7.จันทบุรีจบCTI
8.ฉะเชิงเทราฉชCCO
9.ชลบุรีชบCBI
10.ชัยนาทชนCNT
11.ชัยภูมิชยCPM
12.ชุมพรชพCPN
13.เชียงรายชรCRI
14.เชียงใหม่ชมCMI
15.ตรังตงTRG
16.ตราดตรTRT
17.ตากตกTAK
18.นครนายกนยNYK
19.นครปฐมนฐNPT
20.นครพนมนพNPM
21.นครราชสีมานมNMA
22.นครศรีธรรมราชนศNRT
23.นครสวรรค์นวNSN
24.นนทบุรีนบNBI
25.นราธิวาสนธNWT
26.น่านนนNAN
27.บึงกาฬบกBKN
28.บุรีรัมย์บรBRM
29.ปทุมธานีปทPTE
30.ประจวบคีรีขันธ์ปขPKN
31.ปราจีนบุรีปจPRI
32.ปัตตานีปนPTN
33.พะเยาพยPYO
34.พระนครศรีอยุธยาอยAYA
35.พังงาพงPNA
36.พัทลุงพทPLG
37.พิจิตรพจPCK
38.พิษณุโลกพลPLK
39.เพชรบุรีพบPBI
40.เพชรบูรณ์พชPNB
41.แพร่พรPRE
42.ภูเก็ตภกPKT
43.มหาสารคามมคMKM
44.มุกดาหารมหMDH
45.แม่ฮ่องสอนมสMSN
46.ยโสธรยสYST
47.ยะลายลYLA
48.ร้อยเอ็ดรอRET
49.ระนองรนRNG
50.ระยองรยRYG
51.ราชบุรีรบRBR
52.ลพบุรีลบLRI
53.ลำปางลปLPG
54.ลำพูนลพLPN
55.เลยลยLEI
56.ศรีสะเกษศกSSK
57.สกลนครสนSNK
58.สงขลาสขSKA
59.สตูลสตSTN
60.สมุทรปราการสปSPK
61.สมุทรสงครามสสSKM
62.สมุทรสาครสคSKN
63.สระแก้วสกSKW
64.สระบุรีสบSRI
65.สิงห์บุรีสหSBR
66.สุโขทัยสทSTI
67.สุพรรณบุรีสพSPB
68.สุราษฎร์ธานีสฎSNI
69.สุรินทร์สรSRN
70.หนองคายนคNKI
71.หนองบัวลำภูนภNBP
72.อ่างทองอทATG
73.อำนาจเจริญอจACR
74.อุดรธานีอดUDN
75.อุตรดิตถ์อตUTT
76.อุทัยธานีอนUTI
77.อุบลราชธานีอบUBN